ภารกิจสำคัญของโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น

ภายในปี 2560 โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ รับผิดชอบต่อสังคมโลก ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี  เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย  ความรู้  คุณธรรม  ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   สามารถสื่อสารได้อย่างน้อยสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด  มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการสู่มาตรฐานสากล บนพื้นฐานความเป็นไทย

ปรัชญาของโรงเรียน   “ปัญญาเลิศ  เชิดชูคุณธรรม  นำทักษะการคิด   ดวงจิตมีสุนทรียภาพ”

  1. ภารกิจกลุ่มงานวิชาการ

โรงเรียนอนุบาลขอนแก่นมีภารกิจที่สำคัญ  ดังนี้

  1. จัดการศึกษาระดับปฐมวัย มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กอายุ  4-5  ปี  ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  (ฉบับที่ 2)  พุทธศักราช  2535  เพื่อให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย  จิตใจอารมณ์  สังคมและสติปัญญา   เต็มตามศักยภาพ  มีคุณภาพ จริยธรรม และมีความพร้อมในการเข้าเรียนระดับประถมศึกษา
  2. จัดการศึกษาระดับประถมศึกษา มุ่งเน้นจัดการศึกษาเพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551   คือให้นักเรียนมีคุณภาพ ตามมาตรฐานทุกด้าน  เน้นปลูกฝังทักษะพื้นฐานอ่านออก เขียนได้  คิดคำนวณได้  รู้จักแก้ปัญหา  และหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล ที่มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก โดยมีความพร้อมที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น มีความสามารถประกอบอาชีพได้ ตามควรแก่วัย  สามารถดำรงตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
  3. โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น

เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักการ จุดมุ่งหมาย มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดโรงเรียนจึงจัดโครงสร้างหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากลของโรงเรียน ดังนี้
1. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น (WORLD – CLASS STANDARD SCHOOL) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ระดับปฐมวัย
2. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น (WORLD – CLASS STANDARD SCHOOL) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับประถมศึกษา
3. หลักสูตรโครงการห้องเรียนพิเศษ 2 โครงการ คือ

โรงเรียนอนุบาลขอนแก่นได้จัดหลักสูตรห้องเรียนพิเศษ เป็น 2 โครงการ ดังนี้

2.1. โครงการ English Program เริ่มตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  1-6

2.2. โครงการห้องเรียน วิทย์-คณิต เริ่มตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-6

  1. โครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
  2. แนวทางการปรับโครงสร้างลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น
  3. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

 

WCSS

 

  1. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น (WORLD – CLASS STANDARD SCHOOL) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546

         

 1.1  การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย
มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กอายุ  4-5  ปี  ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  (ฉบับที่ 2)  พุทธศักราช  2545  เพื่อให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย  จิตใจอารมณ์  สังคมและสติปัญญา   เต็มตามศักยภาพ  มีคุณภาพ จริยธรรม และมีความพร้อมในการเข้าเรียนระดับประถมศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 เพื่อให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และเพื่อสร้างเสริมให้เด็กปฐมวัยได้เติบโตมีพัฒนาการทุกด้านที่สมดุลเหมาะสมกับวัย เป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข และเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ

โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น จึงได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาแก่เด็กอายุ 4 – 5  ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคนตามศักยภาพ ตามลำดับขั้นของการพัฒนาทุกด้านอย่างสมดุล เตรียมพร้อมสู่การศึกษาระดับต่อไป

            1.2 โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ปีการศึกษา 2559

เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักการ จุดหมายที่กำหนดไว้ให้สถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฏิบัติ ในการจัดหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย จึงกำหนดโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ดังนี้

โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
ช่วงอายุ อายุ 4-5 ปี
 

 

สาระการเรียนรู้

ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้
v  ด้านร่างกาย

v  ด้านอารมณ์ และจิตใจ

v  ด้านสังคม

v  ด้านสติปัญญา

v  เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก

v  เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่แวดล้อมเด็ก

v  ธรรมชาติรอบตัว

v สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก

ระยะเวลาเรียน โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น กำหนดเวลาเรียนสำหรับเด็กปฐมวัย

โดยปีการศึกษาละ 2 ภาค หรือ ร้อยละ 80 ของเวลารียนทั้งหมด

ในแต่ละวันใช้เวลาจัดประสบการณ์ 5 ชั่วโมง

         

            1.3 กิจกรรมประจำวัน

       หลักการจัดกิจกรรมประจำวัน

1) กำหนดระยะเวลาในการจัดกิจกรรมแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัยของเด็กในแต่ละวันและยืดหยุ่นได้ตามความต้องการและความสนใจของเด็ก ดังนี้

เด็กวัย 4 ปี มีความสนใจประมาณ 12-15 นาที

เด็กวัย 5 ปี มีความสนใจประมาณ  15-20 นาที

2) กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด ทั้งในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ใช้เวลาต่อเนื่องประมาณ 20 นาที

3) กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี เช่น การเล่นตามมุม การเล่นกลางแจ้ง  ใช้เวลาประมาณ 40 – 60 นาที

4) กิจกรรมมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมในห้องเรียนและนอกห้องเรียนกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก กิจกรรมรายบุคคล กลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ กิจกรรมที่เด็กเป็นผู้ริเริ่มและครูเป็นผู้ริเริ่ม และกิจกรรมที่ใช้กำลังและไม่ใช้กำลัง จัดให้ครบทุกประเภท ทั้งนี้กิจกรรมที่ต้องออกกำลังกายจะจัดสลับกับกิจกรรมที่ไม่ต้องออกกำลังมากนัก เพื่อเด็กจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป

                   ตารางกิจกรรมประจำวันการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น

เวลา กิจกรรม
08.00 – 08.45 น. รับเด็ก ไปห้องน้ำ เคารพธงชาติ สวดมนต์ กายบริหารหน้าเสาธง
08.45 – 09.00 น. รับเด็ก ไปห้องน้ำ เคารพธงชาติ สวดมนต์ กายบริหารหน้าเสาธง
09.00 – 09.05 น. ตรวจสุขภาพ
09.05 – 09.20  น. กิจกรรมวางทุกงาน อ่านทุกคน
09.20 – 09.40 น. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
09.40 – 09.50 น. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
09.50 – 10.50 น. พัก (ของว่างเช้า)
10.50 – 11.20 น. กิจกรรมสร้างสรรค์และกิจกรรมเสรี กิจกรรมกลางแจ้ง
11.20 – 12.00 น. พัก (รับประทานอาหารกลางวัน)
12.00 – 14.00 น. นอนพักผ่อน
14.00 – 14.20 น. เก็บที่นอน ล้างหน้า
14.20 – 14.30 น. พัก (ของว่างบ่าย)
14.30 – 14.50 น. เกมการศึกษา
14.50 – 16.00 น. เตรียมตัวกลับบ้าน

          1.4  การประเมินพัฒนาการ

การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยเป็นกระบวนการต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติตามตารางกิจกรรมประจำวันและครอบคลุมพัฒนาการของเด็กทุกด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา เพื่อนำผลมาใช้ในการจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์พัฒนาเด็กให้เต็มตามศักยภาพของแต่ละคน การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้คำนึงถึงเรื่องต่างๆ ดังนี้

  • หลักการประเมินพัฒนาการของเด็ก
  1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้านและนำผลมาพัฒนาเด็ก
  2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี
  3. สภาพการประเมินมีลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติกิจกรรมประจำวัน
  4. ประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน เลือกใช้เครื่องมือและจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
  5. ประเมินตามสภาพจริงด้วยวิธีการหลากหลายเหมาะสมกับเด็ก รวมทั้งการใช้แหล่งข้อมูล
    หลายๆด้าน ไม่ใช้การทดสอบ
  • ขั้นตอนการประเมินพัฒนาการ

ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

ขั้นที่ 1 ศึกษาและทำความเข้าใจพัฒนาการของเด็กในช่วงอายุ 3-5 ปี ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา

ขั้นที่ 2 วางแผนเลือกใช้วิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับใช้บันทึกและประเมินพัฒนาการ

ขั้นที่ 3 ดำเนินการประเมินและบันทึกพัฒนาการ

ขั้นที่ 4 ประเมินและสรุป โดยดูจากผลการประเมินหลายๆ ครั้ง ไม่นำเอาผลการประเมินเพียงครั้งเดียว มาสรุป แล้วนำผลการสรุปมาวางแผนจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กต่อไป

ขั้นที่ 5 รายงานผล เมื่อได้ผลจากการประเมินผลและสรุปพัฒนาการของเด็กแล้วต้องรายงานต่อผู้บริหาร โรงเรียนและผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบพัฒนาการของเด็กแต่ละคนที่เกิดจากการจัดกิจกรรมหรือ  ประสบการณ์โดยบันทึกข้อมูลพัฒนาการพร้อมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของครูลงในสมุดรายงานประจำตัวเด็กรายงานผู้ปกครองและผู้บริหาร ภาคเรียนละ ๑ ครั้ง

ขั้นที่ 6 การให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการประเมิน

 

  1. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น

(WORLD – CLASS STANDARD SCHOOL)

ระดับประถมศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน   พุทธศักราช 2551 

 

  1. จัดการศึกษาระดับประถมศึกษา

โรงเรียนมุ่งเน้นการจัดการศึกษา เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551   คือให้นักเรียนมีคุณภาพ ตามมาตรฐานทุกด้าน  เน้นปลูกฝังทักษะพื้นฐานอ่านออก เขียนได้  คิดคำนวณได้  รู้จักแก้ปัญหา  และหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล ที่มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก โดยมีความพร้อมที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น มีความสามารถประกอบอาชีพได้ ตามควรแก่วัย  สามารถดำรงตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

5วิสัยทัศน์ (Vision)

ภายในปี 2560 โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ รับผิดชอบต่อสังคมโลก ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี  เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย  ความรู้  คุณธรรม  ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   สามารถสื่อสารได้อย่างน้อยสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด  มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการสู่มาตรฐานสากลบนพื้นฐานความเป็นไทย

5 หลักการ

เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น เป็นไปตามแนวนโยบายการจัดการศึกษาของชาติ โรงเรียนจึงได้กำหนดหลักการของหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น  ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังนี้

  1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรม บนพื้นฐานของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล
  2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและ

มีคุณภาพ

  1. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น
  2. เป็นหลักสูตรที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้
  3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
  4. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่ม เป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์
  5. เป็นหลักสูตรการศึกษามุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก (World Citizen)

5จุดหมาย

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น มุ่งพัฒนาผู้เรียน เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข และมีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบหลักสูตร  ดังนี้

  1. มีความเป็นเลิศทางวิชาการ   สามารถสื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา ล้ำหน้าทางความคิดผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบสังคมโลก
  2. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต
  3. มีสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย
  4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
  5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์ และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
  6. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัย และปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

      5เป้าหมาย  (Goal)

เพื่อให้ผู้เรียน ได้พัฒนาตนเองตามความต้องการอย่างเต็มตามศักยภาพตามมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ มีความเป็นเลิศทางวิชาการ มีความรู้อันเป็นสากล มีทักษะการสื่อสารอย่างน้อย 2 ภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบสังคมโลก ก้าวหน้าในการใช้เทคโนโลยี และมีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ สามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุข มีจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย

5สมรรถนะสำคัญที่เกิดกับผู้เรียน

หลักสูตรสถานศึกษา  โรงเรียนมาตรฐานสากล  โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก  มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้  ซึ่งการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนด จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดังนี้

  1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร  มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิดความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึกและทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม
  2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์  การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ เกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
  3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม
  4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง   การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  การทำงาน  และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล  การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมและการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผล       กระทบต่อตนเองและผู้อื่น
  5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม  ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสมและมีคุณธรรม

5คุณลักษณะอันพึงประสงค์

                    โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น  ประสงค์ให้ผู้เรียนทุกคนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์    เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข   ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก  ดังนี้

1).  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์          2)  ซื่อสัตย์สุจริต              3)  มีวินัย

4)  ใฝ่เรียนรู้                        5)  อยู่อย่างพอเพียง           6)  มุ่งมั่นในการทำงาน

7)  รักความเป็นไทย                 8)  มีจิตสาธารณะ

  1. สาระการเรียนรู้ระดับประถมศึกษา

โรงเรียนกำหนดสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง และหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล       ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้  และคุณลักษณะหรือค่านิยม คุณธรรม  จริยธรรม ผู้เรียน   เป็น  8 กลุ่มสาระการเรียนรู้พื้นฐาน   5 สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม  และ 1  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ดังนี้

             2.1.  สาระการเรียนรู้พื้นฐาน

1)  ภาษาไทย                        2)  คณิตศาสตร์

3)  วิทยาศาสตร์                     4)  สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

5)  สุขศึกษาและพลศึกษา          6)  ศิลปะ

7)  การงานอาชีพและเทคโนโลยี   8)  ภาษาต่างประเทศ

สาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มนี้ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนรู้   โดยจัดเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกประกอบด้วย ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นกลุ่มสาระที่โรงเรียนใช้เป็นหลักในการจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างพื้นฐานการคิด การเรียนรู้และการแก้ปัญหา  กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วย สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ภาษาต่างประเทศ   เป็นสาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างพื้นฐานความเป็นมนุษย์และสร้างศักยภาพในการคิดและการทำงานอย่างสร้างสรรค์

    2.2. สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

1)  การศึกษาเพื่อเรียนรู้ (Knowledge   Inquiry)

2)  อังกฤษเพื่อการสื่อสาร           3)  ภาษาจีนกลาง

4)  จินตคณิต                        5)  ดนตรีสากล

การศึกษาเพื่อเรียนรู้ (Knowledge Inquiry) เป็นสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม ที่มีความเป็นสากล ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และภาษาจีนกลาง เป็นสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมที่สนองความต้องการของผู้เรียน และผู้ปกครอง จินตคณิตและดนตรีสากล เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพสูงสุด

    2.3.  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกระบวนการพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา  อารมณ์ และสังคม   มุ่งปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์   ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง รู้จักแสวงหาข้อมูลสารสนเทศ  เพื่อการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมปรับตัว  และปฏิบัติตนได้เป็นประโยชน์  ต่อสังคมและดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข  คือ

3.1  กิจกรรมแนะแนว

3.2  กิจกรรมนักเรียน

1)  ลูกเสือ-ยุวกาชาด

2)  กิจกรรมชมรม
3.3  กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์

 

s ขอบข่ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แบ่งเป็น 3 ลักษณะดังนี้

  1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียนทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน
  2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัยความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอื้ออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทำงาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ

2.1  กิจกรรมลูกเสือ – ยุวกาชาด

2.2  กิจกรรมชมรม  เป็นกิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ (ให้นักเรียนเลือกตามความถนัดและความสนใจ จะมีต่อเนื่องหรือไม่ต่อเนื่องก็ได้)

s ลักษณะของกิจกรรมชมรม

1)  เป็นกิจกรรมที่เกิดจากความสมัครใจของผู้เรียน โดยมีครูเป็นที่ปรึกษา

2 ) เป็นกิจกรรมที่พัฒนาผู้เรียน ตามสาระหลักของกิจกรรมที่กำหนดไว้ นอกเหนือจากการเรียนการสอนปกติ

3)  เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนช่วยกันคิด ช่วยกันทำและช่วยกันแก้ปัญหา

4)  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน

5)  เป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับสภาพของสถานศึกษาหรือท้องถิ่น

6)  เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

s จุดประสงค์การจัดกิจกรรมชมรม

1) เพื่อส่งเสริมประสบการณ์เพิ่มเติมจากสาระการเรียนรู้เพื่อให้รู้จักและเข้าใจตนเอง        มีทักษะชีวิต   สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมปัจจุบันและเตรียมพร้อมสู่อนาคต

2) เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย ให้มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์      มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นและรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

3) เพื่อให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

 

 

 

s ประโยชน์ของกิจกรรมชมรม

1) ได้ค้นพบความสนใจและความถนัดที่แท้จริงของตนเอง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเองกล้าแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร

2)  ให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยดี

3)  รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีความสุข สนุกสนานในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ                      4)  มีเจตคติที่ดีของการอยู่ร่วมกันในสังคม รู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

 

s การเข้าร่วมกิจกรรมชมรม
นักเรียนเข้าชมรมตามเกณฑ์การคัดกรองของครูประจำชั้นและครูประจำวิชามี 5 ชมรมหลัก คือ

1) ชมรมรักการอ่าน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 2

2) ชมรมส่งเสริมศักยภาพทางวิชาการ

  • กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

3)  ชมรมคอมพิวเตอร์
–  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 – 4 รับจำนวน 35 คน

–  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 – 6 รับจำนวน 50 คน

4)   ชมรมศิลปะ

  • ดนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 – 6  รับจำนวน  30  คน
  • นาฏศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 – 6  รับจำนวน  25  คน
  • ทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 – 6  รับจำนวน  40  คน

5)   ชมรมพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 – 6 รับตามความสมัครใจไม่จำกัดจำนวน

  1. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์

จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน  8   กลุ่มสาระการเรียนรู้   กิจกรรมลักษณะโครงการ   กิจกรรมร่วมกับองค์กรอื่น   เป็นกิจกรรมลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์   โดยให้ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจ   ตามความถนัดของผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่นำความรู้ หรือประยุกต์ใช้ความรู้จากสิ่งที่ศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้จากรายวิชาเพิ่มเติม (IS1,IS2) ไปสู่การปฏิบัติ ในการสร้างสรรค์ โครงงาน /โครงการต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะหรือบริการสังคม ชุมชน ประเทศหรือสังคมโลก มีการกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ วางแผนการทำงาน และตรวจสอบความก้าวหน้า วิเคราะห์ วิจารณ์ผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมหรือโครงงาน/โครงการโดยใช้กระบวนการกลุ่มเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมจิตอาสาที่ไม่มีค่าจ้างตอบแทน เป็นกิจกรรมที่ให้มีความตระหนักรู้ มีสำนึกความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อสังคม

  1. หลักสูตรโครงการห้องเรียนพิเศษ

โรงเรียนอนุบาลขอนแก่นได้จัดหลักสูตรห้องเรียนพิเศษ เป็น 2 โครงการ ดังนี้

  1. โครงการ English Program เริ่มตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6
  2. โครงการห้องเรียน วิทย์-คณิต เริ่มตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-6

 

  1. โครงการ English Program โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น

1.1  ความเป็นมาของโครงการ

             โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น  เริ่มจัดตั้งโครงการ English Program ในปีการศึกษา 2546 จนถึงปัจจุบัน   โดยจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษเพื่อปลูกฝังให้ผู้เรียนมีใจรักภาษาอังกฤษ  มุ่งเน้นการบูรณาการสร้างความคุ้นเคยในการใช้ภาษาอังกฤษกับเด็ก และเพิ่มความเข้มข้นตามระดับช่วงชั้น  เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านความรู้ความสามารถ และทักษะทางภาษาอังกฤษของผู้เรียน  การจัดการเรียนการสอนคำนึงถึงความต้องการของชุมชน ความสามารถพื้นฐานในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้เรียน มีการสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันดีงาม ตลอดการเรียนการสอนในบริบทของความเป็นไทย ผสมผสานกับความเป็นสากล

 English Program (EP)  คือ โครงการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อที่โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการให้จัดการเรียนการสอนเพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนของนักเรียน โดยใช้ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลในการจัดการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นการพัฒนาและเตรียมความพร้อมของนักเรียนทางด้านวิชาการและทางด้านภาษาไปพร้อมๆ กัน  ซึ่งจะทำให้นักเรียนกลุ่มนี้กลายเป็นนักเรียนที่มีคุณลักษณะของความเป็นสากล มากยิ่งขึ้นสามารถพัฒนาตนเองและแข่งกับนานาชาติได้ในอนาคต

1.2 รูปแบบการเรียนการสอน

              จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับประถมศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ จะเน้นการศึกษาวิชาพื้นฐาน
กระบวนการเรียนการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นการจัดกิจกรรมร่วมกับนักเรียนปกติ และนักเรียนโครงการอื่นๆของโรงเรียน  เพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ทางสังคมเหมือนกับนักเรียนทั่วไป
ทุกรายวิชายกเว้นวิชาภาษาไทยจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ สอนโดยอาจารย์ชาวต่างประเทศ

1.3 เป้าหมายของโครงการ English Program

โครงการนี้จะช่วยในการพัฒนานักเรียนไปสู่เป้าหมายของความเป็นสากล คือ

  1. นักเรียนที่จบการศึกษาตามโครงการสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในชีวิตประจำวันและในการเรียนในห้องเรียน
  2.     นักเรียนที่จบการศึกษาตามโครงการสามารถที่จะเดินทางไปศึกษาต่อโครงการที่ จัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ
  3.      นักเรียนที่จบการศึกษาตามโครงการนี้จะกลายเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไทยในอนาคต

1.4 การรับสมัครนักเรียนโครงการ English Programs

  1. รับสมัครจากนักเรียนที่เรียนจบระดับอนุบาล 2 ที่เรียนในโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นเท่านั้น เตรียมที่จะเลื่อนขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
  2. ทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษ โดยการทดสอบ การสัมภาษณ์
  3. รับนักเรียนที่ผ่านการทดสอบเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 ห้องเรียน

        1.5 โครงสร้างหลักสูตรโครงการ English Programs  ดังตาราง

Lesson Time Structure Grade 1 – 3  English Program

Anuban Khon Kaen School

 

ลำดับที่ รายวิชา เวลาเรียน

(ชั่วโมง/สัปดาห์)

ครูผู้สอน หมายเหตุ
สาระการเรียนรู้พื้นฐาน
1 Thai Language ( ภาษาไทย ) 6 Thai Teacher
2 Mathematic    ( คณิตศาสตร์ ) 5 Foreigner Teacher
3 Science          ( วิทยาศาสตร์ ) 2 Foreigner Teacher
4 Social            ( สังคมศึกษา ) 2 Thai Teacher
5 History           ( ประวัติศาสตร์ ) 1 Thai Teacher
6 Health and     ( สุขศึกษาและพลศึกษา ) 2 Foreigner Teacher
7 Art   ( ศิลปะ )
   –  นาฎศิลป์ 1 Thai Teacher
   –  ทัศนศิลป์ 1 Foreigner Teacher
8 Housework

( การงานอาชีพและเทคโนโลยี )

    –  Housework ( งานบ้าน ) 1 Foreigner Teacher
    –  Computer  ( คอมพิวเตอร์ ) 1 Thai Teacher
9 English ( ภาษาต่างประเทศ ) 5 Foreigner Teacher
สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
10 English Conversation

( ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร )

1 Foreigner Teacher
11 กิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์ 1 Foreigner Teacher
12 Social 2    ( หน้าที่พลเมือง ) 1 Thai Teacher
13 Guidance  ( แนะแนว ) 1 Thai Teacher
14 Boy Scout ( ลูกเสือ – ยุวกาชาด ) 1 Thai Teacher
15 English Club ( ชมรมภาษาอังกฤษ ) 1 Foreigner Teacher
16 Thai Dance   ( ดนตรีพื้นเมือง ) 1 Thai Teacher
17 Inter Music   ( ดนตรีสากล ) 1 Thai Teacher
18 Chinese       ( ภาษาจีนกลาง ) 1 Foreigner Teacher
19 English 2     ( ภาษาอังกฤษเสริม ) 1 Foreigner Teacher

 

 

Lesson Time Structure Grade 4 – 6  English Program

Anuban Khon Kaen School

 

ลำดับที่ รายวิชา เวลาเรียน

(ชั่วโมง/สัปดาห์)

ครูผู้ หมายเหตุ
สาระการเรียนรู้พื้นฐาน
1 Thai Language ( ภาษาไทย ) 4 Thai Teacher
2 Mathematic    ( คณิตศาสตร์ ) 4 Foreigner Teacher
3 Science          ( วิทยาศาสตร์ ) 2 Foreigner Teacher
4 Social            ( สังคมศึกษา ) 2 Thai Teacher
5 History           ( ประวัติศาสตร์ ) 1 Thai Teacher
6 Health     ( สุขศึกษาและพลศึกษา ) 2 Foreigner Teacher
7 Art           ( ศิลปะ )
   –  นาฎศิลป์ 1 Thai Teacher
   –  ทัศนศิลป์ 1 Foreigner Teacher
8 Housework

( การงานอาชีพและเทคโนโลยี )

    –  Housework ( งานบ้าน ) 1 Foreigner Teacher
    –  Computer  ( คอมพิวเตอร์ ) 1 Thai Teacher
9 English ( ภาษาต่างประเทศ ) 5 Foreigner Teacher
สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
10 English Conversation

( ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร )

1-3 Foreigner Teacher
11 กิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์ 1-3 Foreigner Teacher
12 Knowledge   ( ทฤษฎีความรู้ ) 1-3 Foreigner Teacher
13 Social 2        ( หน้าที่พลเมือง ) 1 Thai Teacher
14 Guidance      ( แนะแนว ) 1 Foreigner Teacher
15 Boy Scout     ( ลูกเสือ – ยุวกาชาด ) 1 Thai Teacher
16 English Club  ( ชมรมภาษาอังกฤษ ) 1 Foreigner Teacher
17 Thai Dance    ( ดนตรีพื้นเมือง ) 1 Thai Teacher
18 Inter Music    ( ดนตรีสากล ) 1 Thai Teacher
19 Chinese         ( ภาษาจีนกลาง ) 1 Foreigner Teacher
20 English 2       ( ภาษาอังกฤษเสริม ) 1 Foreigner Teacher
  1. โครงการห้องเรียน วิทย์-คณิต (Gifted )

2.1 รูปแบบการเรียนการสอน

                    จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับประถมศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ จะเน้นการศึกษาวิชาพื้นฐาน โดยเน้น 2 รายวิชาหลัก  คือ รายวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นกระบวนการเรียนการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นการจัดกิจกรรมร่วมกับนักเรียนปกติ และนักเรียนโครงการอื่นๆของโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ทางสังคมเหมือนกับนักเรียนทั่วไป

          2.2 เป้าหมายของโครงการห้องเรียนวิทย์-คณิต

โครงการนี้จะช่วยในการพัฒนานักเรียนไปสู่เป้าหมาย คือ

  1. นักเรียนที่จบการศึกษาตามโครงการมีสามารถด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในชีวิตประจำวันและในการเรียนในห้องเรียนและเข้าสู่การแข่งขันระดับชาติและระดับโลกได้
  2. นักเรียนที่จบการศึกษาตามโครงการสามารถที่ศึกษาต่อโรงเรียนหรือสถาบัน เน้นการจัดการเรียนการวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเน้นความเป็นสากล

2.3 การรับสมัครนักเรียนโครงการห้องเรียนวิทย์-คณิต

  1. รับสมัครจากนักเรียนที่เรียนจบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนในโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นเท่านั้น เตรียมที่จะเลื่อนชั้นขึ้น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
  2. ทดสอบความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
  3. รับนักเรียนที่ผ่านการทดสอบเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 ห้องเรียน

 

  1. โครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังตาราง

 

กลุ่มสาระการเรียนรู้ /

กิจกรรม

เวลาเรียน
ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6
กลุ่มสาระการเรียนรู้            
ภาษาไทย 200 200 200 160 160 160
คณิตศาสตร์ 200 200 200 160 160 160
วิทยาศาสตร์ 80 80 80 80 80 80
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ประวัติศาสตร์

80

40

80

40

80

40

80

40

80

40

80

40

สุขศึกษาและพลศึกษา 80 80 80 80 80 80
ศิลปะ 80 80 80 80 80 80
การงานอาชีพและเทคโนโลยี 40 40 40 80 80 80
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 40 40 40 40 40 40
รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน) 840 840 840 840 840 840
รายชื่อวิชาเพิ่มเติม

(ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร)

40 40 40 40 40 40
รายชื่อวิชาเพิ่มเติม

การศึกษาค้นคว้าอิสระ(IS)

40
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 120 120 120 120 120
– กิจกรรมนักเรียน

– ลูกเสือ ยุวกาชาด

– ชุมนุม

40

40

30

40

40

30

40

40

30

40

40

30

40

40

30

40

40

30

กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 10 10 10 10 10 10
รวมเวลาเรียนทั้งหมด 1,000 1,000 1,000 1,040 1,000 1,000

    

หมายเหตุ  โรงเรียนอนุบาลขอนแก่นเป็นโรงเรียนในโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล ได้จัดรายวิชาเพิ่มเติม คือ วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระ (IS) (ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4)          จากกรอบโครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2551สถานศึกษาสามารถนำโครงสร้างเวลาเรียนดังกล่าวไปจัดทำเป็นโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโดยยึดหยุ่นเวลาเรียนไปตามความพร้อมความต้องการ ความจำเป็น หรือจุดเน้นของสถานศึกษาให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษา ชุมชน และสังคม

 

  1. โครงสร้างหลักสูตรเวลาเรียน “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้”

   4.1. แนวทางการปรับโครงสร้างลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น

โรงเรียนสามารถปรับโครงสร้างเวลาเรียนและโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับประถมศึกษา ปรับเวลาเรียนพื้นฐานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ตามความเหมาะสมและบูรณาการการเรียนรู้ทั้งนี้ต้องมีเวลาเรียนรวมตามที่กำหนดไว้ในโครงสร้างเวลาเรียนโดยรายวิชาพื้นฐานเท่ากับ840ชั่วโมง/ปีและรายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้นเท่ากับ40ชั่วโมง/ปีรวมทั้งสิ้น880ชั่วโมง/ปี (22ชั่วโมง/สัปดาห์) โดยผู้เรียนต้องมีคุณภาพตาม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดเวลาของการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจำนวน120ชั่วโมง/ปี (3ชั่วโมง/สัปดาห์) จัดเป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตรประกอบด้วยกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์โดยเวลาเรียนรวมทั้งหมดไม่เกิน 1,000ชั่วโมง/ปี  ดังตาราง

 

กรอบโครงสร้างเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”

ตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น

head-1

 

กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียนต่อปี ชั้น ป.1-3 เวลาเรียนต่อปี ชั้น ป.4-6
เดิม ใหม่ เดิม ใหม่
กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย 200 200 160 160
คณิตศาสตร์ 200 200 160 160
วิทยาศาสตร์ 80 80 80 80
ภาษต่างประเทศ 40 40 80 80
สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม

ประวัติศาสตร์

80

40

80

40

80

40

80

40

สุขศึกษาและพลศึกษา 80 80 80 80
ศิลปะ 80 80 80 80
การงานอาชีพและเทคโนโลยี 40 40 80 80
รวมเวลาเรียนพื้นฐาน 840 840 840 840
รายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติม

ตามความพร้อมและจุดเน้น

ปีละไม่น้อยกว่า

40 ชั่วโมง

ปีละ

40 ชั่วโมง

ปีละไม่น้อยกว่า

40 ชั่วโมง

ปีละ

40 ชั่วโมง

กิจกรมพัฒนาผู้เรียน 120 120 120 120
– กิจกรมแนะแนว 40 40 40 40
– กิจกรรมนักเรียน

– ลูกเสือ  ยุวกาชาด

ผู้บำเพ็ญประโยชน์   – ชุมนุม ชมรม

 

40

30

กิจกรรม

ลดเวลา

เรียนเพิ่ม

เวลารู้

 

40

30

กิจกรรม

ลดเวลา

เรียนเพิ่ม

เวลารู้

– กิจกรรมเพื่อสังคมและสังคมสาธารณประโยชน์ 10   10  
รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามที่หลักสูตรกำหนด ไม่น้อยกว่า

1,000

ช.ม./ปี

ไม่เกิน

1,000

ช.ม./ปี

ไม่น้อยกว่า

1,000

ช.ม./ปี

ไม่เกิน

1,000

ช.ม./ปี

 

หมายเหตุ

  1. 1. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจัดเป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตรประกอบด้วยกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
  2. 2. วิชาหน้าที่พลเมืองจัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมแต่จัดการเรียนการสอนให้บูรณาการลงสู่กิจกรรมที่โรงเรียนดำเนินการอยู่แล้วโดยไม่เพิ่มชั่วโมงเรียนได้แก่กิจกรรมหน้าเสาธงกิจกรรมกีฬาสีกิจกรรมตามประเพณีกิจกรรมลูกเสือเนตรนารียุวกาชาดเป็นต้นเพื่อปลูกฝังให้เกิดการปฏิบัติและกลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

    4.2. แนวทางการปรับตารางเรียน

ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” โรงเรียนต้องบริหารจัดการเวลาเรียนโดยกำหนดโครงสร้างเวลาเรียนและโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาให้นักเรียนได้ใช้เวลาในการเรียนรู้รายวิชา8กลุ่มสาระการเรียนรู้อย่างเหมาะสมและมีเวลาในการทากิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ให้มากขึ้นแล้วนาไปจัดตารางเรียนให้มีความยืดหยุ่นเพียงพอต่อเนื่องและเชื่อมโยงตลอดแนวดังนี้

ระดับชั้นประถมศึกษาเวลาเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม880ชั่วโมง/ปีหรือเวลา22ชั่วโมง/สัปดาห์และเวลากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน120ชั่วโมง/ปีหรือ3ชั่วโมง/สัปดาห์รวมเวลาเรียนตามโครงสร้างหลักสูตรทั้งสิ้น1,000ชั่วโมง/ปีหรือ25ชั่วโมง/สัปดาห์หรือ5ชั่วโมง/วันโดยทั่วไปโรงเรียนจะเรียนตามโครงสร้างหลักสูตรถึงชั่วโมงสุดท้ายเวลา14.30น. และเลิกเรียนเวลา15.30น.นักเรียนจะมีเวลาอยู่โรงเรียนอีก1ชั่วโมง/วันรวมเวลาทั้งสิ้น6ชั่วโมง/วันซึ่งโรงเรียนสามารถจัดตารางเรียนที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” ได้ดังนี้

 

เวลา กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
ช่วงเช้า 08.30-11.30 จัดให้เรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม8กลุ่มสาระ

การเรียนรู้หรือเรียนเนื้อหาสาระภาควิชาการ

พักกลางวัน 11.30-12.30 พักรับประทานอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย 12.30-14.30 – จัดให้เรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม8กลุ่มสาระ

การเรียนรู้และภาคปฏิบัติ

– กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจัดเป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรียน

เพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตร

14.30-15.30 ปฏิบัติกิจกรรม “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้”

 

หมายเหตุ

  1. 1. โรงเรียนสามารถยืดหยุ่นปรับเวลาได้ตามความเหมาะสมและตามบริบทของโรงเรียน
  2. 2. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจัดเป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตรประกอบด้วยกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียนกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
  3. 3. วิชาหน้าที่พลเมืองเป็นรายวิชาเพิ่มเติมจัดการเรียนการสอนโดยบูรณาการลงสู่กิจกรรม

ที่โรงเรียนดาเนินการอยู่แล้วโดยไม่เพิ่มชั่วโมงเรียนได้แก่กิจกรรมหน้าเสาธงกิจกรรมกีฬาสีกิจกรรม

ตามประเพณีกิจกรรมลูกเสือเนตรนารียุวกาชาดเป็นต้นเพื่อปลูกฝังให้เกิดการปฏิบัติและกลายเป็น

พฤติกรรมในชีวิตประจาวันจะลดเวลาในตารางเรียนได้1ชั่วโมง/สัปดาห์

  1. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น   ยึดหลักเกณฑ์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นกระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดของหลักสูตร   นำผลไปปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้และใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินผลการเรียน โรงเรียนมีกระบวนการจัดการที่เป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ  ผลการประเมินตรงตามสภาพความรู้ ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน ถูกต้องตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้รวมทั้งสามารถรองรับการประเมินภายในและการประเมินภายนอก ตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาได้ โรงเรียนได้กำหนดหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ดังนี้

  1.   ครูผู้สอนเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม
    2.  การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตรและจัดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
  2. 3. การประเมินผู้เรียนพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน  ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา
  3.   การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอนต้องดำเนินการด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้านทั้งด้านความรู้  ความคิด  กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคติ เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติวิชาและระดับชั้นของผู้เรียน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความเที่ยงตรง ยุติธรรมและเชื่อถือได้
  4.   การประเมินผลการเรียนรู้  มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการจัดการเรียนรู้และตัดสินผลการเรียน
  5.   เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนรู้
  6.   ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและรูปแบบการศึกษาต่างๆ
  7.   โรงเรียนได้จัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู้รายงานผลการเรียน แสดงวุฒิการศึกษาและรับรองผลการเรียนของผู้เรียน

โรงเรียนอนุบาลขอนแก่นในฐานะผู้รับผิดชอบ จัดการศึกษา  ได้ทำหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการวัดและประเมินผลของโรงเรียน เพื่อให้บุคลากรผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติร่วมกันและเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน โดยโรงเรียนจะต้องมีผลการเรียนรู้ของผู้เรียน จากการวัดและประเมินผลตามสภาพความเป็นจริง ทั้งในระดับชั้นเรียน ในระดับสถานศึกษา จะเน้นภาพรวมของคุณภาพของนักเรียนทุกด้าน ในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติ ตลอดจนการประเมินภายนอก  เพื่อเป็นข้อมูลสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับ  คุณภาพของผู้เรียนแก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ดังนี้

5.1 การวัดและประเมินผลระดับชั้นเรียน

มีจุดมุ่งหมายเพื่อการประเมินว่า    ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทั้งด้านความรู้  ทักษะกระบวนการคุณธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์ อันเป็นผลเนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้หรือไม่  มากน้อยเพียงใด  ดังนั้นการวัดและประเมินผลจึงต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย  เน้นการปฏิบัติให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสาระการเรียนรู้  กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน  และดำเนินไปอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปในกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน  โดยประเมินความประพฤติ  พฤติกรรมการเรียน  การร่วมกิจกรรม และผลงานจากโครงงาน  หรือแฟ้มสะสมงาน  เพื่อสะท้อนภาพสัมฤทธิ์ผลการจัด    กิจกรรมการเรียนรู้  ผู้เรียนทราบความสำเร็จของตน  ผู้สอนเข้าใจความต้องการรู้ความสามารถของผู้เรียน  และประเมินผลการจัดกิจกรรมการสอนของตนได้ ผู้ปกครองทราบความสำเร็จของผู้เรียน    โดยเป้าหมายวิธีการและหลักเกณฑ์การประเมินได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา

          5.2 การประเมินผลระดับสถานศึกษา

เป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าด้านการเรียนรู้เป็นรายชั้นรายปีและสถานศึกษานำข้อมูลนี้ไปใช้เป็นแนวทาง    ในการปรับปรุงพัฒนา การเรียนการสอนและคุณภาพของผู้เรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้  รวมทั้งนำผลการประเมินไปพิจารณาตัดสินการเลื่อนชั้น กรณีผู้เรียนไม่ผ่านมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มสาระต่าง ๆ  โรงเรียนจะดำเนินการสอนซ่อมเสริมและจัดให้มีการประเมินผลการเรียนรู้ด้วย

5.3 การประเมินผลระดับเขตพื้นที่การศึกษา

เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชั้นศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา และเป็นข้อมูลพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน

5.4  การประเมินผลคุณภาพระดับชาติ

โรงเรียนจัดให้นักเรียนทุกคนที่เรียน   ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 3และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6เข้ารับการประเมินคุณภาพระดับชาติในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สำคัญ  ได้แก่  ภาษาไทย  คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์  สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม ภาษาอังกฤษ   และกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ  ที่กระทรวง ศึกษาธิการกำหนด  ข้อมูลที่ได้จากการประเมิน  โรงเรียนจะนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน  และคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนต่อไป

5.6. เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้วิชาพื้นฐาน

  1. ระดับประถมศึกษา

             1.1  เกณฑ์การตัดสินผลการเรียน

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2551  ได้กำหนดโครงสร้าง เวลาเรียน มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด  การอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน  คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน   ที่สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้   มีคุณภาพเต็มตามศักยภาพและให้โรงเรียนกำหนดหลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้   เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน ดังนี้

1)  ผู้เรียนต้องมีเวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด

2)  ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด

3)  ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา

4)  ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ในการอ่าน  คิด วิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

             1.2  เกณฑ์การให้ระดับผลการเรียน

โรงเรียนกำหนดเกณฑ์การตัดสินผลการเรียนซึ่งสามารถอธิบายผลการตัดสินว่าผู้เรียนต้องมีความรู้ทักษะและคุณลักษณะโดยรวมอยู่ในระดับใด  จึงจะยอมรับว่าผ่านการประเมิน

การตัดสินผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ โรงเรียนกำหนดผลการเรียน 8 ระดับ

เป็นตัวเลขและโรงเรียนกำหนดการเทียบผลการเรียน  ดังนี้

ตารางเกณฑ์การตัดสินระดับผลการเรียนรายวิชาพื้นฐาน

คะแนนร้อยละ ระบบตัวเลข ระบบอักษร ระบบคุณภาพ
แบบ 1 แบบ 2 แบบ 3
80-100 4 A ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม ผ่าน
75-79 3.5 B+ ดี ดี
70-74 3 B
65-69 2.5 C+ พอใช้
60-64 2 C ผ่าน
55-59 1.5 D+ ผ่าน
50-54 1 D
0-49 0 F ไม่ผ่าน ไม่ผ่าน ไม่ผ่าน

 

 

1.3  สัดส่วนคะแนนการวัดประเมินผล   ดังนี้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ คะแนน
คะแนนเต็ม ระหว่างเรียน สอบภาคภาคเรียน
ภาษาไทย 100 70 30
คณิตศาสตร์ 100 60 40
วิทยาศาสตร์ 100 60 40
สังคมศึกษา ฯ 100 70 30
ประวัติศาสตร์ 100 70 30
สุขศึกษาและพลศึกษา 100 80 20
ศิลปะ 100 80 20
การงานอาชีพฯ 100 80 20
ภาษาต่างประเทศ 100 70 30

 

 

1.4  เกณฑ์การประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ให้ระดับผลการประเมินเป็นผ่านและไม่ผ่าน กรณีที่ผ่านให้ระดับผลการเรียนเป็นดีเยี่ยม ดี และผ่าน โรงเรียนกำหนดความหมายของผลการประเมินคุณภาพดีเยี่ยม ดีและผ่านดังนี้

                   1)  การประเมินอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

ระดับคุณภาพ เกณฑ์แปลผล
ดีเยี่ยม สามารถจับใจความสำคัญได้ครบถ้วน   เขียนวิพากษ์วิจารณ์  เขียนสร้างสรรค์ แสดงความคิดเห็นประกอบอย่างมีเหตุผลได้ถูกต้องและสมบูรณ์ ใช้ภาษาสุภาพและเรียบเรียงได้สละสลวย
ดี สามารถจับใจความสำคัญได้   เขียน วิพากษ์วิจารณ์และเขียนสร้างสรรค์ได้โดยใช้ภาษาสุภาพ
ผ่าน สามารถจับใจความสำคัญและเขียนวิพากษ์วิจารณ์ได้บ้าง

        

         2) การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ระดับคุณภาพ เกณฑ์แปลผล
ดีเยี่ยม ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติจนเป็นนิสัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม
ดี ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสังคม
ผ่าน ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด

                 1.5  เกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
            ให้ระดับผลการประเมินเป็นผ่านและไม่ผ่าน  กรณีที่ผ่านให้ระดับผลการเรียนเป็นดีเยี่ยม ดี และผ่าน โรงเรียนกำหนดความหมายของผลการประเมินคุณภาพดีเยี่ยม ดีและผ่านดังนี้

     1) การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

ระดับคุณภาพ เกณฑ์แปลผล
ผ่าน – ระดับประถมศึกษา   ( ป.1 – ป.6 )   มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม  60  ชั่วโมง

–  ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเวลา  ปฏิบัติกิจกรรมและมี  ผลงาน / ชิ้นงาน / คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

ไม่ผ่าน ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมครบไม่ตามเวลา   ปฏิบัติกิจกรรมหรือมี ผลงาน / ชิ้นงาน / คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

1.6  เกณฑ์การวัดและประเมินผลการจัดสาระความเป็นสากล

ดำเนินการตามข้อกำหนด และแนวปฏิบัติของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และให้ระดับการตัดสินผลตามแนวปฏิบัติของหลักสูตรแกนกลาง

1)  สาระการเรียนรู้ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent  Study : IS)  และ สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม รายวิชาการศึกษาเพื่อเรียนรู้ (Knowledge  Inquiry) ครอบคลุม IS1, IS2 มีการประเมิน 2 ส่วน คือ

1.1)  ประเมินกระบวนการปฏิบัติตามเป้าหมายคุณภาพผู้เรียน

1.2)   ประเมินร่องรอยหลักฐานในการเรียนรู้

                             2)   การนำองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social  Service Activity : IS3) ในกิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชน์ มีการประเมิน  ดังนี้

2.1) ประเมินร่องรอยหลักฐานการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ในการทำประโยชน์ต่อสังคม

2.2) เข้าร่วมกิจกรรม ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด

              1.7 เกณฑ์การเลื่อนชั้น

โรงเรียนกำหนดเกณฑ์การเลื่อนชั้น โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับเกณฑ์การตัดสินผลการเรียน ตลอดจนกำหนดเกณฑ์เกี่ยวกับการผ่านตัวชี้วัด ดังนี้

1)  ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดปีการศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด

2)  ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด

3)  ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา

4)  ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดในการอ่าน  คิด วิเคราะห์และเขียน  คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

การกำหนดเกณฑ์การผ่านรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมโรงเรียนกำหนดจำนวนตัวชี้วัด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละรายวิชา

การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องบางตัวชี้วัด   ซึ่งโรงเรียนพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ก็ให้อยู่ในดุลพินิจของโรงเรียนที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้

ในกรณีที่ผู้เรียนมีสติปัญญาและความสามารถดีเลิศ  สามารถเรียนรู้ได้เร็วเป็นพิเศษโรงเรียนให้โอกาสผู้เรียนเลื่อนชั้นระหว่างปีการศึกษา โดยโรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการและผู้แทนของเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 1 คน  เมื่อผู้เรียนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขทั้ง 3 ประการ ต่อไปนี้

  1. มีผลการเรียนปีการศึกษาที่ผ่านมา และมีผลการเรียนระหว่างปีอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม
  2. มีวุฒิภาวะเหมาะสมที่จะเรียนในชั้นที่สูงขึ้น
  3. ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถตามตัวชี้วัดรายปีทั้งหมด ในภาคเรียนที่ 2 ปีปัจจุบันและภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษาถัดไป

การอนุมัติให้เลื่อนไปเรียนชั้นสูงได้ 1 ระดับชั้นนี้ ต้องได้รับการยินยอมจากนักเรียนและผู้ปกครองและจะตำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 กันยายนของปีการศึกษานั้น

สำหรับในกรณีที่พบว่า มีผู้เรียนกลุ่มพิเศษประเภทต่างๆ ที่มีปัญหาในการเรียนรู้ โรงเรียนจะดำเนินงานร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัด/ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษาหาแนวทางการแก้ไขและพัฒนาต่อไป

1.8 เกณฑ์การเรียนซ้ำชั้น

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  กำหนดว่า หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น โรงเรียนจะแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้จะคำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การอนุมัติเลื่อนชั้นเรียน โรงเรียนจะต้องจัดให้เรียนซ้ำชั้น ในกรณีที่ผู้เรียนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง โรงเรียนจะใช้ดุลพินิจให้เลื่อนชั้นได้ หากพิจารณาเห็นว่า

  1. 1. ผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 อันเนื่องจากสาเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย แต่มีคุณสมบัติตามข้ออื่น ๆ ครบถ้วน
  2. 2. ผู้เรียนผ่านมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ถึงเกณฑ์ ตามที่โรงเรียนกำหนดในแต่ละรายวิชา และเห็นว่าสามารถสอนซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษาถัดไปและมีคุณสมบัติข้ออื่นๆ ครบถ้วน
  3. 3. ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3  มีผลการประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและคณิตศาสตร์อยู่ในเกณฑ์พอใช้และผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 มีผลการประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์  สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมอยู่ในเกณฑ์ผ่าน

1.9 เกณฑ์การสอนซ่อมเสริม

การสอนซ่อมเสริม  เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนรู้และเป็นการให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้มีเวลาเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพิ่มขึ้น จนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้การสอนซ่อมเสริม เป็นการสอนกรณีพิเศษนอกเหนือไปจากการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ปกติเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่พบในผู้เรียน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายและคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและผู้เรียน

การสอนซ่อมเสริมจะดำเนินการในกรณีดังต่อไปนี้

  1. 1. ผู้เรียนมีความรู้/ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอที่จะศึกษาในแต่ละรายวิชานั้น  ควรจัดการสอนซ่อมเสริม  ปรับความรู้/ทักษะพื้นฐาน
  2. 2. การประเมินระหว่างเรียน  ผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ ทักษะกระบวนการหรือเจตคติ/คุณลักษณะ ที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
  3. 3. ผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์และ/หรือต่ำกว่าเกณฑ์การประเมิน ต้องจัดการสอนซ่อมเสริมก่อนจะให้ผู้เรียนสอบแก้ตัว
  4. 4. ผู้เรียนมีผลการเรียนไม่ผ่าน สามารถจัดสอนซ่อมเสริมในภาคฤดูร้อน ทั้งนี้ให้อยู่ใน       ดุลยพินิจของครูผู้สอน

             1.10 เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา

1)  ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม ตามโครงสร้างเวลาเรียนที่หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นกำหนด

2)  ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่โรงเรียนกำหนด

3)  ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่โรงเรียนกำหนด

4)  ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินที่โรงเรียนกำหนด                5)  ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่โรงเรียนกำหนด

1.11 เกณฑ์การจบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล  โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น

การจัดการศึกษาตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล  ของโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น  เป็นการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  จนถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ซึ่งใช้เวลาในการศึกษา 6 ปี ดังนั้น ผู้เรียนที่จะผ่านแต่ละชั้น และจบหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียน ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ต่อไปนี้

1)  ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม  และได้รับการตัดสินผลการเรียนอย่างน้อยผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่โรงเรียนกำหนด

2)  ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินการอ่าน  การคิด วิเคราะห์ และเขียนให้ได้ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด

3)  ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่โรงเรียนกำหนด

4)  ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินกลุ่มสาระความเป็นสากลตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด

5).  ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด คือ เกณฑ์การประเมิน ผ่านกับไม่ผ่านแต่ละกิจกรรม